สายตาสั้นมาก (High Myopia) เสี่ยงโรคตาอะไรบ้าง?

        สายตาสั้นมาก (High Myopia) เสี่ยงโรคตาอะไรบ้าง?

          สายตาสั้นเป็นเรื่องปกติที่เจอได้บ่อยๆ แต่ หากสายตาสั้นสูงมากอาจมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคตา จนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ ปัจจุบันมีหลายวิธีที่จะป้องกันและชะลอการเกิดสายตาสั้นสูงได้ ควรเริ่มป้องกันตั้งแต่เด็ก

      เมื่อค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น โครงสร้างลูกตาจะยืดยาวขึ้น (axial elongation) ทำให้ผนังตา โดยเฉพาะ จอประสาทตา (retina) ชั้นคอรอยด์ (choroid), และเส้นประสาทตา (optic nerve) ถูกยืดออก บางลง และเปราะมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่า เส้นประสาทตาถูกดึงยืดตรง ๆ แบบหนังยาง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง structural + mechanical environment  จึงเพิ่มโอกาสเกิดโรคตาที่ “คุกคามการมองเห็น” หลายกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ

          ค่าสายตา เป็นตัวบอกความเสี่ยงส่วนหนึ่ง เป็นด่านแรกที่ทำให้เรานึกถึงความเสี่ยงโรคตาที่ตามมาหลังจากการตรวจสายตาและวิเคราะห์ค่าสายตา 

    หลายครั้ง คนไข้มาด้วยความตั้งใจเพียงแค่ “เปลี่ยนแว่น”
แต่เมื่อมีการตรวจอย่างละเอียด กลับพบความเสี่ยงของโรคจอประสาทตา ต้อหิน ต้อกระจกก่อนวัย หรือสัญญาณผิดปกติที่ไม่ควรถูกมองข้าม ซึ่งถ้าไม่ได้รับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจพัฒนาไปสู่ภาวะที่รักษาได้ยากขึ้น หรือกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาว

  สิ่งที่จะบอกความรุนแรงจริง ๆ คือ ความยาวลูกตา + สภาพจอประสาทตา/จุดรับภาพ (ซึ่งต้องประเมินด้วยการตรวจตาเชิงลึก)

   สิ่งหนึ่งที่ทัศนมาตร ประจำ ร้านแว่นตาDivineEyevision ยึดถือเสมอคือ  หากพบความเสี่ยง เราไม่ปล่อยให้คนไข้ต้องรอจนเกิดปัญหาที่หนักกว่าเดิม
      แต่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างตรงไปตรงมา และส่งต่อพบจักษุแพทย์ทันทีเมื่อมีข้อบ่งชี้ เพราะโรคตาหลายชนิด หากพบเร็ว สามารถติดตาม ควบคุม หรือรักษาได้ทันเวลา

 

           โรคตาหลักที่พบบ่อยในเคสคนสายตาสั้นมาก

                1.จอประสาทตาหลุดลอกฉีกขาด (Retinal Detachment, RD)

         

 สายตาสั้นมาก (High Myopia)  ลูกตามักจะ ยาวกว่าปกติ ส่งผลให้

  • จอประสาทตาบางลง และเปราะ

  • เกิดบริเวณเสื่อมเฉพาะที่ เช่น lattice degeneration

  • เมื่ออายุมากขึ้น วุ้นตาเสื่อมและ ดึงรั้งจอประสาทตา
    → ถ้าแรงดึงมากพอ จะเกิด “รอยฉีก” ที่จอประสาทตา     

  • แต่ ไม่ใช่คนสายตาสั้นทุกคนจะเป็น ความเสี่ยงจะเพิ่มตาม “ระดับสายตาสั้น” และ “อายุ”

เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ จอตาฉีกขาด และอาจพัฒนาไปเป็น จอตาลอก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางตาได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

               2.โรคจอประสาทตาเสื่อมจากสายตาสั้น (Myopic Maculopathy/Myopic Macular Degeneration) 

 ภาวะนี้พบในผู้ที่ สายตาสั้นมาก (Pathologic / High Myopia) และเป็นสาเหตุสำคัญของการมองเห็นลดลงถาวร เพราะเกิดความเสื่อม บริเวณจุดภาพชัด (macula) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการมองเห็น

เมื่อสายตาสั้นมาก ลูกตาจะ ยาวผิดปกติ

  • เกิดการยืดของผนังลูกตา → ผนังตาบางลง → เกิดการฝ่อของชั้นคอรอยด์และ RPE/จอตา

  • เกิดรอยแตก (lacquer cracks) และการเปลี่ยนแปลงเสื่อมหลายรูปแบบจนส่งผลต่อการมองเห็นถาวรได้

  • เส้นเลือดไปเลี้ยง macula ลดลง → เกิดการเสื่อม

  • อาจกระตุ้นให้เกิด เส้นเลือดงอกผิดปกติใต้จอประสาทตา (Myopic CNV)
    → ทำลาย macula โดยตรง     

  •  โรคนี้ ต่างจากจอตาฉีก/จอตาลอก (ซึ่งมักเกิดรอบนอก) เพราะเป็นความเสื่อม “ตรงกลางการมองเห็น”  

                    ระดับความรุนแรงที่พบบ่อย

  • Diffuse atrophy : จอประสาทตาบางลงทั่วบริเวณ

  • Patchy atrophy : เป็นหย่อม ๆ ใกล้ macula

  • Lacquer cracks : รอยแตกเป็นเส้น ๆ

  • Myopic CNV : เส้นเลือดงอกใหม่ (อันตรายที่สุด)  

               IMI (International Myopia Institute) ระบุชัดว่า myopia โดยเฉพาะ high myopiaสัมพันธ์กับโรคของขั้วตาหลายชนิด รวมถึงกลุ่ม myopic maculopathy ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความบกพร่องการมองเห็นในระยะยาว myopia เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสำคัญรวมถึง myopic macular degenerationhttps://iovs.arvojournals.org/article.aspx?articleid=2772540&utm_source=chatgpt.com

               3.เส้นเลือดงอกผิดปกติใต้จอตา (Myopic Choroidal Neovascularization, CNV)

           Myopic CNV คือภาวะแทรกซ้อนที่ค่อนข้างอันตรายของ สายตาสั้นมาก (Pathologic / High Myopia) เพราะเกิดตรง จุดรับภาพ (macula) และสามารถทำให้การมองเห็นลดลงถาวรได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

  • ลูกตาที่ยืดยาวมากกว่าปกติ → ชั้น choroid และ Bruch’s membrane บางและเปราะ

  • เกิดรอยแตกที่เรียกว่า lacquer cracks

  • ร่างกายพยายามซ่อมแซม → กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ (VEGF)ถ้าทิ้งไว้เกิดพังผืด/แผลเป็นถาวรได้

  • เส้นเลือดที่งอกใหม่ เปราะ แตกง่าย รั่วง่าย
    → มีเลือด/น้ำซึมใต้จอประสาทตา → ทำลาย photoreceptor ที่ macula                                                                                                                                    ต่างจาก AMD ตรงที่ CNV จากสายตาสั้นเกิดในคนอายุน้อยกว่า และโครงสร้างตาบางกว่า         

                   4.ต้อหิน (Glaucoma) 

          สายตาสั้นมาก (High Myopia) เป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคต้อหินชนิดมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) และยังทำให้การวินิจฉัยต้อหิน ยากและคลาดเคลื่อนได้ง่าย หากไม่ประเมินอย่างรอบด้าน

ในคนสายตาสั้นมาก โครงสร้างตาจะต่างจากปกติ:

  • ลูกตายาว → ผนังตาและชั้นรองรับเส้นประสาทบางลง

  • Optic disc ใหญ่/บิดเบี้ยว → ดูคล้ายขั้วประสาทถูกทำลาย

  • Lamina cribrosa บาง → ทนต่อความดันลูกตาได้น้อย
    → แม้ความดันไม่สูงมาก ก็เกิดความเสียหายของเส้นประสาทตาได้    สายตาสั้นทำให้ “ความดันตา” ผิดปกติกว่าคนทั่วไป

                   5.ต้อกระจก (Cataract)

  คนที่สายตาสั้นมากมีแนวโน้มเกิดภาวะต้อกระจก ก่อนวัยอันควร

ชนิดต้อกระจกที่พบบ่อยในคนสายตาสั้น

  • Nuclear cataract
    → ภาพเหลือง คอนทราสต์ลด มองไกลแย่ลง
    → บางรายรู้สึก “สายตาสั้นเพิ่ม” ชั่วคราว (myopic shift)

  • Posterior subcapsular cataract (PSC)
    → แสบตา แสงแตกจ้า เห็นแย่ในที่สว่าง
    → รบกวนการอ่าน/ทำงานหน้าจอมาก และมักเกิดในอายุน้อยกว่า

         คนสายตาสั้นมีแนวโน้มเป็นต้อกระจกเร็วขึ้นจริง
แต่การผ่าตัดแก้ไขช่วยให้หายได้ หากประเมินจอประสาทตาและวางแผนอย่างรอบคอบ
กุญแจสำคัญคือ รู้เร็ว แยกสาเหตุให้ชัด 

 

“สั้นแค่ไหนถึงควรเริ่มเฝ้าระวังแบบจริงจัง?”

ประเด็นไม่ใช่แค่ “รอให้สั้นมากก่อนค่อยดู” เพราะหลักฐานชี้ว่า แม้สั้นระดับต่ำ–ปานกลางก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยเฉาะอายุน้อยแต่สายตาเพิ่มอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ high myopia คือกลุ่มที่ความเสี่ยงพุ่งสูงและพบพยาธิสภาพมากกว่า การดูแล ตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละครั้ง

ถ้าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น เริ่มเข้าโซน ตั้งแต่ประมาณ -5.00D ถึง -6.00D ขึ้นไป หรือสงสัยว่าลูกตายาวไวมาก

กลุ่มที่มีความเสี่ยง

  • ความยาวลูกตามากกว่า ~26–27 mm

  • มีประวัติต้อหิน ต้อกระจก หรือโรคตาข้างต้น ในครอบครัว

  • ความดันตาสูงหรือผันผวน

  • เคยเป็นโรคตาข้างต้น ในตาข้างใดข้างหนึ่งมาก่อน

  ควรเริ่มวางแผนติดตามจอตาและขั้วประสาทตาอย่างเป็นระบบ

  • ตรวจตาเป็นประจำ (ปีละครั้ง หรือเมื่อมีอาการเริ่มมองไม่ชัด)

  • คอยสังเกตตัวเองและเฝ้าระวัง
  • ป้องกัน UV อย่างจริงจัง สวมแว่นกันแดด สวมแว่นสายตา

  • จัดแสงและระยะทำงานหน้าจอให้เหมาะสม

ตรวจอะไรถึงเรียกว่า “เช็คให้พอ” ในคนสายตาสั้นมาก?

อย่างน้อยควรมีการตรวจ:

  1. ตรวจจอประสาทตาหลังขยายม่านตา (dilated fundus exam) เพื่อดูรอยเสื่อม/รอยฉีก/จุดเสี่ยง RD

  2. ถ่ายภาพจอตา + OCT (ถ้ามีข้อบ่งชี้) เพื่อประเมิน macula/myopic maculopathy/traction

  3. ประเมินความเสี่ยงต้อหิน: ความดันตา, OCT RNFL/GCC, ลานสายตา (และต้องตีความแบบระวังในตายาว)

  4. วัดค่าสายตา + ติดตามแนวโน้ม (โดยเฉพาะในเด็ก/วัยรุ่น เพื่อ “ชะลอการเพิ่ม”)

คนสายตาสั้นมาก

โครงสร้างลูกตาจะยืดยาวขึ้น (axial elongation) ทำให้ผนังตา—โดยเฉพาะจอประสาทตา (retina), ชั้นคอรอยด์ (choroid), และเส้นประสาทตา (optic nerve)—ถูกยืด บาง และเปราะมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสเกิดโรคตาที่คุกคามการมองเห็นหลายกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ 

     อย่ารอช้า สายตาสั้น ป้องกันไว้ก่อน ยิ่งเร็วยิ่งดี ก่อน เสี่ยงโรคตา

ให้บุตรหลายของท่าน ใส่แว่นตา เลนส์ชะลอสายตาสั้น เพื่อช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาและชะลอการยืดของโครงสร้างลูกตา เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคตาในอนาคต

 

Divine Eye Vision – ใส่ใจทุกการมองเห็นของคุณ
ตรวจสายตาอย่างละเอียดทุกขั้นตอน
หากมีปรอบแว่นสามารถนำมาเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือสนใจกรอบแว่นแบบไหนสอบถามได้ค่ะหรือส่งรูปตัวอย่างมาให้เราได้
สอบถามเพิ่มเติมทางINBOX
โทร 061-629-4628
FB: Divine Eye Vision
Line: @divineeyevision
ที่อยู่: The Coast bangkok 3888/A114 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260